หลายคนอาจสังเกตตัวเองว่า ต้องคอยเกร็งคิ้วอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ลืมตาได้มากขึ้น หรือรู้สึกว่าตาข้างหนึ่งดูเล็กกว่าอีกข้างอยู่เสมอ บางคนถ่ายรูปมาแล้วดูตาปรือ ดูง่วง ทั้งที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย นี่ไม่ใช่เรื่องของความขี้เกียจหรือการนอนน้อย แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่หลายคนมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว ภาวะนี้ทำให้หนังตาบนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ลืมตาได้ไม่เต็มที่ หนังตาตกมาปิดบังรูม่านตา ดวงตาดูเล็กลง หรือตาสองข้างไม่สมมาตรกัน ซึ่งไม่ได้กระทบแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตในชีวิตประจำวันด้วย
สารบัญ ศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร?
ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) คือภาวะที่กล้ามเนื้อยกหนังตาบนทำงานได้อ่อนแรงกว่าปกติ ทำให้หนังตาบนตกลงมาปิดส่วนของดวงตามากกว่าที่ควรจะเป็น โดยปกติแล้ว เมื่อเราลืมตาเต็มที่ หนังตาบนควรอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ปิดบังรูม่านตาเลย หรือปิดแค่เล็กน้อย (ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) แต่ในคนที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หนังตาจะตกลงมาปิดรูม่านตามากกว่านั้น บางรายปิดบังถึงครึ่งหนึ่งหรือเกือบทั้งหมด
โดยภาวะนี้แบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามสาเหตุ ได้แก่
- Ptosis แต่กำเนิด (Congenital Ptosis) : พบในเด็กที่กล้ามเนื้อยกหนังตาพัฒนาไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ในครรภ์ ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้เกิดตาขี้เกียจตามมาได้
- Ptosis จากความเสื่อมตามอายุ (Aponeurotic Ptosis) : เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ เกิดจากเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อกับหนังตายืดหรือฉีกขาดตามอายุที่มากขึ้น หรืออาจเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์แบบแข็ง (RGP) เป็นระยะเวลานาน หรือมีการขยี้ตาบ่อย ๆ
- Ptosis จากความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ (Myogenic Ptosis) : อาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว เช่น ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาควบคู่กัน
- Ptosis จากกลไกภายนอก (Mechanical Ptosis) : เกิดจากน้ำหนักของเนื้อเยื่อส่วนเกิน เช่น ไขมันใต้หนังตาที่มากเกินไป หรือมีเนื้องอกกดทับให้หนังตาตกลงมา
อาการของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง มีอะไรบ้าง?
- หนังตาบนตกมาปิดดวงตา ลืมตาเต็มที่แล้วแต่หนังตายังดูกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่
- ตาสองข้างไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งลืมได้กว้างกว่าอีกข้าง มองเผิน ๆ เหมือนตาตี่ข้างเดียว หรือตาหย่อนข้างเดียว ซึ่งทำให้ใบหน้าดูไม่สมมาตร
- ต้องเกร็งคิ้วหรือเงยหน้าเพื่อมองเห็น เมื่อมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ร่างกายจะชดเชยด้วยการให้กล้ามเนื้อหน้าผากทำงานแทน จึงทำให้เห็นว่าคิ้วข้างที่มีปัญหาถูกยกสูงกว่าปกติ หรือต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อมองตรง
- รู้สึกหนักตา ล้าตา หรือปวดศีรษะบ่อย เพราะกล้ามเนื้อรอบตาและหน้าผากต้องทำงานหนักขึ้นตลอดวัน
- การมองเห็นแคบลง โดยเฉพาะในมุมมองด้านบน บางคนรู้สึกว่ามองอะไรด้านบนได้ยากขึ้น หรือต้องแหงนหน้าตลอดเวลา
- ดวงตาดูไม่มีชีวิตชีวา แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้ว ตายังดูปรือ ดูง่วง ดูไม่สดใส
ศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร?
การผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือ Ptosis Surgery คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขตำแหน่งของหนังตาบนให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยแพทย์จะปรับโครงสร้างของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่ยึดหนังตาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยสิ่งที่ทำให้การผ่าตัดนี้แตกต่างจากการทำตาสองชั้นทั่วไปคือ ไม่ใช่แค่การสร้างรอยพับของหนังตา แต่เป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหาจริง ๆ คือตัวกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ยกหนังตา ดังนั้น หากมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย การทำตาสองชั้นทั่วไปโดยไม่แก้ไข Ptosis จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่สมบูรณ์ หรืออาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติได้
เทคนิคผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis Surgery) ที่ ATier Eye Surgery
ที่ ATier Eye Surgery ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์และประเมินภาวะกล้ามเนื้อตาของคุณอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับสภาพของกล้ามเนื้อ และความต้องการของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่ทำตาสวยแต่ต้องทำตาให้ “ถูกต้อง” ด้วย
เทคนิคผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
เทคนิคหลักที่ใช้ในการแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนวทางหลัก ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของภาวะและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่เหลืออยู่ ดังนี้
- การเย็บรูดกล้ามเนื้อ Levator (Levator Resection) : เป็นเทคนิคที่เหมาะกับผู้ที่กล้ามเนื้อ Levator ยังทำงานได้ในระดับที่ยอมรับได้ แพทย์จะเข้าถึงกล้ามเนื้อผ่านแผลที่หนังตาด้านนอก หรือด้านใน จากนั้นทำการตัดและเย็บรูดกล้ามเนื้อให้สั้นลง เพื่อเพิ่มแรงดึงในการยกหนังตาขึ้น เทคนิคนี้ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างแม่นยำ และสามารถควบคุมตำแหน่งของหนังตาได้ดี
- การซ่อม Levator Aponeurosis (Aponeurosis Repair) : เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดจากเส้นเอ็น Levator หย่อนหรือฉีกขาด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดยแพทย์จะซ่อมแซมหรือขันเส้นเอ็นที่หย่อนยานให้กลับมาตึงในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นเทคนิคที่ให้ผลธรรมชาติสูง และฟื้นตัวได้เร็ว
เทคนิคผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยการดึงสลิง
สำหรับผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมาก (Severe Ptosis) หรือกล้ามเนื้อ Levator แทบไม่ทำงานแล้ว แพทย์จะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Frontalis Sling Surgery หรือการดึงสลิง โดยหลักการของเทคนิคนี้คือการสร้างระบบสายดึงที่เชื่อมระหว่างหนังตากับกล้ามเนื้อหน้าผาก โดยใช้วัสดุที่เป็นเส้นใย ซึ่งอาจเป็นเส้นเอ็นจากร่างกายผู้ป่วยเอง หรือวัสดุสังเคราะห์ที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ ทำให้เมื่อผู้เข้ารับบริการยักคิ้วหรือใช้กล้ามเนื้อหน้าผาก สายสลิงจะดึงหนังตาขึ้นแทนกล้ามเนื้อ Levator ที่ไม่ทำงาน
ศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาหนังตาบนตกปิดรูม่านตามากกว่า 2 มิลลิเมตร ไม่ว่าจะเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
- ผู้ที่ต้องเกร็งคิ้วหรือเงยหน้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อชดเชยการมองเห็น
- เด็กที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด ที่เสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจ (ยิ่งรักษาเร็วยิ่งดี)
- ผู้ที่ดวงตาสองข้างไม่สมมาตรกันอย่างเห็นได้ชัด และต้องการแก้ไขให้สมดุล
- ผู้ที่ทำตาสองชั้นแล้วผลลัพธ์ยังไม่ดี หรือตายังดูไม่ลืมตาเต็มที่ เพราะยังไม่ได้แก้ปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ต้นเหตุ
- ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะ ล้าตาเรื้อรัง จากการที่กล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก
- ผู้ที่สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นข้อห้ามในการผ่าตัด
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดจากโรคประจำตัว แพทย์จะต้องรักษาโรคหลักให้คงที่ก่อน จึงจะพิจารณาการผ่าตัดได้
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ต่างจาก "หนังตาตก" ยังไง
หลายคนอาจจะสับสนว่า ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง แตกต่างจากหนังตาตกอย่างไรบ้าง? จริง ๆ แล้วทั้ง 2 ปัญหานี้มีสาเหตุการเกิดและลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้
- กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) : หมายถึงปัญหาที่อยู่ที่ตัวกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่ยกหนังตาโดยตรง ซึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นนั้นอ่อนแรงหรือทำงานบกพร่อง ทำให้ขอบหนังตาบนตกต่ำกว่าปกติ แม้จะพยายามลืมตาเต็มที่แล้วก็ตาม
- หนังตาตก (Dermatochalasis) : คือภาวะที่ผิวหนังส่วนเกินหรือไขมันใต้หนังตาหย่อนย้อยลงมา ทับและบดบังดวงตา กล้ามเนื้อ Levator ยังทำงานได้ปกติ แต่ถูกกดทับด้วยน้ำหนักของผิวหนังส่วนเกิน มักพบในผู้สูงอายุและมักแก้ไขด้วยการตัดหนังตาส่วนเกินออก เช่น การทำSubbrow Lift
อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจมีทั้งสองภาวะพร้อมกัน ซึ่งต้องแก้ไขทั้งสองจุดในการผ่าตัดครั้งเดียว ดังนั้น การวินิจฉัยที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำว่าต้องแก้ไขในจุดใดบ้าง
การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
- หยุดทานยาที่มีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Ibuprofen, Warfarin ตามคำแนะนำของแพทย์
- หยุดทานอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา กระเทียมเข้มข้น ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้เลือดสูบฉีด หรือเลือดออก
- งดสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินจะทำให้แผลหายช้า
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท
- ตรวจสุขภาพตามที่แพทย์นัดหมาย เช่น ตรวจเลือด ประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตา วัด Marginal Reflex Distance (MRD) และ Levator Function
- งดดื่มน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
- ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ ไม่แต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา
พักฟื้นกี่วัน ดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงยังไง
ระยะเวลาฟื้นตัวโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ สำหรับการกลับไปทำกิจวัตรปกติ และ 4-6 สัปดาห์ สำหรับผลลัพธ์ที่สมบูรณ์
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง 1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด
ในช่วงสัปดาห์แรกเป็นช่วงที่บวมและช้ำมากที่สุด
- ควรประคบเย็นบริเวณตาด้วยผ้าสะอาด ครั้งละ 10-15 นาที วันละหลาย ๆ ครั้ง
- นอนหัวสูงเพื่อลดอาการบวม
- หยอดยาและทายาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือสัมผัสบริเวณแผล
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง 2-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- งดออกกำลังกายหนัก ว่ายน้ำ หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
- งดใส่คอนแทคเลนส์จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
- หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน หรือมลภาวะ
- งดแต่งหน้าบริเวณตาจนกว่าแผลจะหายดี
หากมีอาการเจ็บปวดรุนแรงผิดปกติ ตาแดงมากขึ้น มีของเหลวไหลออกจากแผล หรือมองเห็นผิดปกติอย่างกะทันหัน ให้รีบติดต่อแพทย์โดยเร็ว
ทำไมต้องเลือก ATier Eye Surgery ศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
การผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง เป็นหัตถการที่มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของโครงสร้างกายวิภาค ทักษะของแพทย์ และการตัดสินใจเลือกเทคนิคให้ตรงกับสภาพกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล การเลือกสถานที่ทำศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ได้มาตรฐานจึงสำคัญกว่าเรื่องของราคาหรือโปรโมชั่น นี่คือเหตุผลที่ทำให้ ATier Eye Surgery แตกต่าง เพราะเราให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาได้จริงในระยะยาว
- ดูแลทุกขั้นตอนโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนาน ตั้งแต่การประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตาก่อนผ่าตัด การเลือกเทคนิคที่เหมาะสม ไปจนถึงการลงมือผ่าตัดและติดตามผลหลังการรักษา ทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์เฉพาะทางโดยตรง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสวยงาม ดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน
- ประเมินและวิเคราะห์โครงสร้างเปลือกตาอย่างละเอียด เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ทีมแพทย์ของเรามีการวิเคราะห์โครงสร้างเปลือกตาอย่างละเอียดก่อนเสมอ เพื่อให้เทคนิคที่เลือกใช้แก้ไขปัญหานั้นได้จริง ไม่ใช่แค่ทำให้ดูดีขึ้นชั่วคราว
- ใช้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน US FDA เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ผ่าตัด วัสดุเย็บแผล หรือวัสดุสลิงที่ใช้ในกรณีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงรุนแรง ทุกอย่างที่ ATier Eye Surgery ใช้ผ่านการรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้ และพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยจริง
- เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ให้เวลากับทุกเคสอย่างเพียงพอ การผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงต้องอาศัยสมาธิและความแม่นยำสูง โดยเฉพาะการปรับตำแหน่งหนังตาให้สมมาตรทั้งสองข้าง ATier Eye Surgery จึงให้ความสำคัญกับเวลาในการปรึกษา และการผ่าตัดของแต่ละเคสอย่างเพียงพอ ไม่เร่งรีบ ไม่ลัดขั้นตอน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมากลมกลืน สวยงาม และดูเป็นธรรมชาติในแบบที่ต้องการ
- ยืนยันคุณภาพด้วยรางวัลระดับประเทศและรีวิวจากผู้รับบริการจริง ATier Eye Surgery ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารเทคโนโลยีความงามระดับโลกในการเข้าเยี่ยมชมคลินิกโดยตรง
ศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ ATier Eye Surgery ราคาเท่าไหร่
ราคาในการทำศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ เทคนิคที่ใช้ ความซับซ้อนของปัญหา และการรักษาเสริมที่อาจทำร่วมกัน
*ราคาสุทธิขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินบริเวณที่ต้องการรักษา ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว ยังเป็นเพียงราคาเริ่มต้น โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามบริษัทกำหนด ควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง
ศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเจ็บไหม?
เจ็บน้อย เพราะการผ่าตัดจะทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ในระหว่างผ่าตัดจึงไม่รู้สึกเจ็บ โดยหลังจากยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดตื้อ ๆ เล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไป ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและจะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน
ศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ใช้เวลาผ่าตัดรักษานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้และจำนวนข้างที่ผ่าตัด โดยสามารถกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน
ศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะอยู่ได้นานหลายปีจนถึงถาวร แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามกระบวนการชราภาพของร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
ศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง พร้อมกับทำตาสองชั้นได้ไหม?
สามารถทำได้ และแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการทำตาสองชั้นไปพร้อม ๆ กัน เพราะการแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงพร้อมกับการทำตาสองชั้นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีและสมมาตรกว่า
ศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ทำข้างเดียวได้ไหม?
สามารถทำได้แต่ไม่แนะนำ เพราะในการรักษาแพทย์จะมีการวางแผนอย่างละเอียดเพื่อให้ดวงตาทั้งสองข้างดูสมมาตรกัน บางครั้งอาจต้องปรับแก้ทั้งสองข้างเล็กน้อยแม้ว่าอีกข้างจะไม่มีปัญหา เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายออกมาดูสมดุล และเป็นธรรมชาติ
โปรแกรมศัลยกรรมรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่ ATier Eye Surgery ดีไหม
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ควรเข้ามาปรึกษากับแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน ที่ ATier Eye Surgery ยินดีต้อนรับทุกท่านที่อยากเริ่มต้นดูแลดวงตาของตัวเองอย่างจริงจัง ด้วยมาตรฐานการรักษาระดับแพทย์เฉพาะทาง ในบรรยากาศที่อบอุ่นและปลอดภัย เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยงาม ชั้นตาคมชัด และดูสดใสมีชีวิตชีวาอย่างที่คุณต้องการ